
PaR Wedding Planner ทีมงานมากประสบการณ์ที่รู้ใจบ่าวสาวในทุกดีเทล
ฝ้าย (เจ้าสาว) ไม่ได้มีภาพที่ชัดเจน แค่อยากให้งานแต่งออกมาดีที่สุด เริ่มจากไปดูสถานที่แต่งงานหลายแห่ง จนมาเจอ Dusit Thani Bangkok ที่วิน (เจ้าบ่าว) เห็นแล้วชอบในทันที เพราะตกแต่งสวย บรรยากาศปลอดโปร่ง รองรับแขก 400 คนได้อย่างสบาย ๆ จึงเลือกแต่งงานที่นี่ค่ะ




ถัดมาพวกเราก็มองหาแพลนเนอร์ที่ดูเข้าใจพวกเรามากที่สุด ซึ่งก็คือ พี่เส่ย เจ้าของ PaR Wedding Planner (พาร์ เวดดิ้ง) ฝ้ายคุยแล้วรู้สึกถูกคอ เหมือนเขาเห็นไวบ์ของพวกเราทั้งคู่ ทายถูกว่าเราอยากมีงานแต่งฟีลประมาณไหน อีกทั้งฝ้ายเป็นคนที่คิดเยอะ จึงต้องการคนที่มีประสบการณ์มาให้คำแนะนำช่วยให้เราตัดสินใจสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นค่ะ

ฝ้ายใช้บริการทั้ง Decorate, Planner, Organizer โดยมีเวลาเตรียมงานประมาณ 1 ปี ทางแพลนเนอร์ก็เริ่มวางแผนไทม์ไลน์สิ่งที่บ่าวสาวต้องทำในแต่ละเดือนให้ก่อน ทำให้ฝ้ายกับวินได้เห็นภาพรวมว่าในหนึ่งปีจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งพี่เส่ยก็สามารถทำได้ตรงตามไทม์ไลน์ค่ะ



พิธีแต่งงานจีนกับการตกแต่งสไตล์โมเดิร์น
งานช่วงเช้าจัดในเวลา 9.00-12.00 น. เป็นพิธีจีนที่มีเพียง Close friends & family บรรยากาศเลยจะดูเรียบง่าย แต่ฝ้ายกับวินเลือกใส่ชุดที่ดูแปลกใหม่ ไม่ซ้ำใคร เป็นชุดเจ้าสาวสีขาวแบบพลิ้วให้ฟีล Cinematic ส่วนชุดของวินใช้ผ้า Loro Piana สีม่วง นำมาตัดสูทกลายเป็นเจ้าบ่าวสายแฟไปเลยค่ะ




เนื่องจากตอนเช้าเป็นงานที่เน้นพิธีการ จึงให้โรงแรมตกแต่งแบบคลีน ๆ โทนขาวชมพู ยกเว้นบริเวณจุดรับตัวเจ้าสาว ที่ให้ PaR Wedding Planner ช่วยออกแบบซุ้มดอกไม้เล็ก ๆ แบบน่ารัก ๆ ให้ดูเข้ากับลุคเจ้าสาวค่ะ



พิธีเริ่มจากแห่ขันหมากจีน ให้เพื่อนเจ้าสาวกั้นประตูด้วยหุ่นเชิดสิงโต ส่วนทางด้านเพื่อนเจ้าบ่าวก็เต็มที่กับกิจกรรมกันสุด ๆ บรรยากาศสนุกมาก จนเมื่อผ่านด่านสุดท้ายวินก็ออกมารับฝ้ายที่นั่งรออยู่ด้านนอกค่ะ






ส่วนบนเวทีก็เป็นสเต็ปพิธีจีนทั่วไปเลยค่ะ มีการสู่ขอ สวมแหวน ป้อนขนมอี๋ ยกน้ำชาและรับไหว้ผู้ใหญ่ จบด้วยการส่งตัวบ่าวสาว คุณแม่สามีอยากให้เน้นพิธีการในช่วงเช้าให้ได้มากที่สุด ภาพที่ออกมาก็จะดูอบอุ่นดีค่ะ







งานแต่งธีมสีเบอร์กันดี พร้อมมุมถ่ายรูปสวยจึ้งทั่วทั้งงาน
ตอนแรกไม่ได้มีธีมเป๊ะ ๆ ฝ้ายกับวินเลยเริ่มจากเลือกสี Personal Color ของพวกเรา ได้ออกมาเป็นสีแดงเบอร์กันดีที่ดูทรงพลังและเริ่ดกับเราทั้งคู่ แต่ก็แอบกังวลเหมือนกัน เพราะถ้าผิดเฉดไปนิดเดียวจะดูเอ้าท์ทันที จากนั้นฝ้ายได้ส่งเรฟให้พี่เส่ยเยอะมาก เรารู้ความต้องการของตัวเองว่าชอบแบบไหน แต่ไม่รู้ว่าสิ่งที่เราชอบนั้นเรียกสไตล์อะไร ก็เป็นการบ้านให้ทีม PaR Wedding Planner นำเรฟทั้งหมดไปประกอบร่างและออกแบบค่ะ






ดีไซน์ที่ออกมาก็จะให้ฟีล Elegance เน้นเล่นกับ Texture เสริมการตกแต่งเล็กน้อยด้วยผ้าและดอกไม้ปลอม นอกจากการตกแต่งแล้ว พี่เส่ยยังช่วยจัดเลย์เอ้าท์ให้ทุกอย่างโฟลว์ที่สุด เริ่มจากวาง Audio Guestbook ก่อนเข้าแกลเลอรี่ เพราะฝ้ายอยากให้แขกเห็นชัดจะได้มาอัดคลิปอวยพรพวกเรา รวมไปถึงมีโฟโต้บูธให้ได้ถ่ายรูปกันด้วยค่ะ







ถัดมาเป็นแกลเลอรี่ที่โชว์ภาพบ่าวสาวในลักษณะรูปวงรีให้ดูสมูทและซอฟท์ลง ไปจนถึงแบคดรอปที่ดีไซน์เป็น Curve ช่วยให้บรรยากาศโดยรอบออกมากลมกล่อม ซึ่งในตอนแรกฝ้ายไม่รู้ว่าควรใช้ขนาดเท่าไร แต่แพลนเนอร์ที่มีประสบการณ์จะสามารถอิงกับสถานที่จริงได้ หรือช่วยเก็บดีเทลเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เรามองข้ามไปค่ะ
และก่อนเข้าห้องบอลรูม แขกยังสามารถรับของชำร่วยเป็นน้ำผึ้งที่มาใน Packaging เหมือนโหลน้ำผึ้งเล็ก ๆ ประดับด้วยผ้านลายสก็อตสีแดงให้เข้ากับธีมงานแต่งค่ะ






ด้านในห้องบอลรูมมีการตกแต่งบนเวทีที่ลิงก์ไปกับแบคดรอป และซุ้มเค้กที่อยู่กลางห้อง ซึ่งในตอนแรกไม่ได้ตั้งใจมีสิ่งนี้ แต่รู้สึกว่าห้องโล่งไปเลยเกิดไอเดียทำซุ้มเค้กที่ช่วยให้ถ่ายรูปสวยขึ้น ก่อนนำเค้กไปวางก็สามารถเป็นมุมถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ และจุดรับตัวได้อีกด้วย ส่วนตัวเค้กได้เลือกแบบ Traditional รสชาติ Black Forest ที่วินชอบ เนื่องจากแขกผู้ใหญ่เยอะ จำเป็นต้องมีการตัดเค้กมอบให้ผู้ใหญ่ จึงมีเค้กจริงประมาณ 2 ชั้นค่ะ
ทีมพี่เส่ยถือว่าเก่งมาก สามารถนำไอเดียที่หลากหลายจากฝ้ายมาคุมธีมให้ไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด ทำให้งานออกมาสวยมาก ๆ ค่ะ





งานเลี้ยงฉลองครบทุกพิธีการ ในโมเมนต์ที่ชวนน้ำตาซึม
ช่วงพิธีเลี้ยงฉลอง วินมาในชุดทักซิโด้ทูโทน ส่วนฝ้ายมาในชุดเจ้าสาวสีขาวเรียบ ดีไซน์แบบ Drape ที่ออกแบบให้ดู Timeless แฝงความเท่เบา ๆ เข้ากับสไตล์ของเราอย่างลงตัว พอได้ใส่จริงก็ยิ่งเข้าใจความหมายของคำว่า “ชุดที่ออกแบบมาเพื่อเรา” เพราะฝ้ายสามารถเดินได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องคอยกังวลว่าเกาะอกจะหลุดหรือสะดุดกระโปรงค่ะ




หลังจากที่พวกเรายืนถ่ายรูปที่แบคดรอปกับแขกเสร็จ ฝ้ายเดินเปิดตัวเข้าไปในงานพร้อมคุณพ่อคุณแม่ โดยมีวินยืนรอรับอยู่ตรงซุ้มเค้ก ตอนนั้นฝ้ายตื่นเต้น พยายามกั้นน้ำตาสุด ๆ บรรยากาศทุกอย่างลงตัว ทั้งผู้คน ดนตรีสด สถานที่และการตกแต่ง รวมไปถึงเพื่อน ๆ ที่ตั้งแถวเตรียมดึงเปเปอร์ชู๊ตสร้างสีสัน ทีมพี่เส่ยออกแบบพิธีการลงดีเทลได้ครบถ้วน ทำให้มู้ดออกมาดีเกินกว่าที่คิดไว้เลยค่ะ





บนเวทีมีประธานในพิธีขึ้นมากล่าวอวยพร แล้วตามด้วยสปีชจากเพื่อนบ่าวสาว ที่สุดท้ายก็ทำให้ฝ้ายร้องไห้จนได้ เพราะพวกเราสนิทกันมาก สปีชที่ออกมาสัมผัสได้เลยว่าเพื่อน ๆ รักเรามากแค่ไหน และฝ้ายกับวินยังได้กล่าวสปีชให้แก่กัน ช่วงเวลานี้เป็นโมเมนต์ที่ฝ้ายชอบมากที่สุดเลยค่ะ






หลังจากนั้นพวกเราก็เดินไปตัดเค้กที่ซุ้ม พร้อมได้ซีนป้อนเชอร์รี่ให้กัน ไม่ใช่แค่ภาพตัดเค้กทั่วไป ดูน่ารักดีค่ะ เมื่อตัดเค้กแล้วมอบเค้กให้ผู้ใหญ่เสร็จ ก็มีกิจกรรมโยนช่อดอกไม้เจ้าสาวปิดท้าย
แล้วปล่อยให้แขกได้เอนจอยกับอาหารรูปแบบค็อกเทลและซุ้มอาหาร โชคดีที่มีพี่เส่ยช่วยคำนวณซุ้มและปริมาณอาหาร ช่วยเลือกอาหารที่เหมาะกับแขกผู้ใหญ่ ทำให้งานออกมาได้อย่างราบรื่นค่ะ




จัดเต็มความสนุกใน After Party
สำหรับช่วง After Party พวกเราจัดเต็มกันสุด ๆ เปิดงานด้วยการรินแชมเปญและใช้ปืนยิงควันสร้างบรรยากาศ มีดีเจเปิดแผ่น เน้นเพลงสมัยที่พวกเราเที่ยว Dirty ดนตรีก็จะเก่าหน่อยแต่มันส์มาก อีกทั้งมีพี่ออฟ-ปองศักดิ์ มาร่วมร้องเพลง ทุกคนในงานร้อง เล่น เต้นกับแบบไม่คีพลุค ปลดปล่อยกันเต็มที่ค่ะ





นอกจากนี้ยังมี Domino Shots เรียกเสียงเชียร์จากแขกที่ช่วยลุ้นกันตั้งแต่ตอนเริ่มเทจนถึงแก้วสุดท้ายแล้วนำแจกจ่าย ทุกคนในค่ำคืนนั้นพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า After Party ของพวกเราสนุกมาก ๆ อยากให้จัดอีกเลยค่ะ (หัวเราะ)




The Power of Teamwork
ตลอดการจัดงานฝ้ายคิดเสมอว่าทุกคนเป็นทีมเดียวกันมีความเป็นทีมเวิร์ค คอยรับฟังกันและกัน ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาดีมาก ๆ ฝ้ายประทับใจในทุก Vendor ที่ใช้บริการ โดยเฉพาะทีม PaR Wedding Planner ที่ดูแลเราอย่างดี เป็นเหมือน One stop service ทำให้การจัดงานแต่งง่ายขึ้น

ทางด้านการตกแต่งก็ออกมาสวยมาก ๆ เกินกว่าที่ฝ้ายคาดไว้ ถือว่าเป็นทีมที่มี Potential สามารถออกแบบได้หลากหลายสไตล์ตามที่บ่าวสาวต้องการ ส่วนทางด้านออแกไนซ์และรันคิว ก็ตรงเวลาเป๊ะ เพื่อน ๆ ชมว่าทีมงานเฟรนด์ลี่ ใส่ใจทุกคน งานนี้ทำให้ฝ้ายรู้สึกว่าเหมือนได้พี่เส่ยมาเป็นพี่สาวอีกคนเลยค่ะ



แนะนำบ่าวสาว
เลือกชุดแต่งงานที่เป็นตัวเรา : เพื่อความมั่นใจและไม่ต้องคอยกังวล ถ้ามีงบเพียงพอแนะนำให้สั่งตัด เพราะจะได้ชุดที่ถูกออกแบบมาเพื่อเราจริง ๆ และเมื่อได้ชุดแต่งงานที่ชอบแล้วก็จงมั่นใจในสิ่งที่เลือก หยุดดูชุดเพิ่มเติม ไม่เช่นนั้นจะทำให้เราคิดไม่จบสิ้น
เปิดใจคุยกับแพลนเนอร์ : บอกความชอบตัวเองให้ชัดเจน หรือหากมีอะไรที่ไม่ชอบก็ควรบอกตรง ๆ รับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ทำงานร่วมกันแบบทีมเวิร์ค เชื่อว่าทุกคนมีจุดหมายเดียวกันที่อยากให้งานออกมาดีที่สุด
บ่าวสาวควรคุยกันเยอะ ๆ : เปิดใจและประนีประนอมในการตัดสินใจร่วมกัน ถ้าตรงไหนที่มีความเห็นไม่ตรงกัน ฝ้ายกับวินจะมาคุยกันว่าสิ่งนี้สำคัญกับใครมากกว่ากันแล้วเคารพในการตัดสินใจของคนนั้น ระหว่างทางให้คิดถึงวันที่เราจะมีความสุขที่สุดค่ะ
Photographer : @brilliantday_photography / @meng_phatanin