

| ธีม/โทนสี | ชมพู ขาว ครีม แซมแดงนิด ๆ |
| จำนวนแขก | ประมาณ 70 คน |
| รูปแบบพิธี | หมั้นจีน ยกน้ำชา + เลี้ยงฉลองเย็น |
| ไฮไลต์ | จุดรับตัวพุ่มดอกไม้ไล่ระดับ, Audio Guestbook |
งานแต่งของฝ้าย (เจ้าสาว) กับเบนซ์ (เจ้าบ่าว) เริ่มต้นจากความเรียบง่าย เพราะเราไม่ได้มีภาพงานแต่งในฝันชัดเจน ตอนแรกคิดว่าจะจัดแค่งานทานข้าวธรรมดา ไม่ต้องมีพิธีอะไรมาก แขกไม่เยอะ ประมาณ 70 คน เน้นเฉพาะครอบครัวและคนสนิท แต่ด้วยความที่เบนซ์ทำงานแถวสาทร เลยคิดว่าจัดเลี้ยงในโรงแรมย่านนี้ก็สะดวกดี เราเลยเริ่มลิสต์โรงแรม และ Eastin Grand Hotel Sathorn (อีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ) ก็เป็นที่แรกที่เข้าไปดูค่ะ


ถึงจะดูรีวิวมาบ้างแล้ว แต่พอเห็นของจริง โรงแรมสวยกว่าที่คิดไว้มาก แถมคุณแป้ง เซลล์ของโรงแรม ก็ให้คำแนะนำดี ทำให้เราตัดสินใจจองเลย ไม่ไปดูที่อื่นต่อแล้ว โดยเราเลือกจัดงานหมั้นที่ชั้น 33 ห้องกรุงธนบุรี เพราะดูเก๋ มองเห็นวิว ส่วนงานฉลองจัดห้องสุรศักดิ์ 2+3 ชั้น 11 ซึ่งมีระเบียงออกไปถ่ายรูปได้ เรียกว่าเห็นภาพงานชัดตั้งแต่วันไปดูสถานที่เลยค่ะ

เราจัดงานเดือนธันวาคม แต่เริ่มดูสถานที่ตั้งแต่ช่วงมกราคม–กุมภาพันธ์ เรียกว่ามีเวลาเตรียมตัวค่อนข้างเยอะ ทำให้ทุกอย่างไม่เร่ง ไม่เครียด หลังจากได้โรงแรม สิ่งถัดมาที่เราจองคือชุดแต่งงาน ซึ่งเลือกร้านที่ครอบครัวใช้บริการกันมานาน ส่วนช่างภาพ เลือกจากทีมที่เคยถ่ายงานที่โรงแรมนี้มาก่อน เพราะเค้าจะรู้มุม รู้จุด ถ่ายออกมาสวยและทำงานง่าย 3 อย่างนี้คือหลัก ๆ ที่เราล็อกก่อนเลยค่ะ

รูปแบบงานของเราแบ่งเป็นพิธีบ่าย หมั้นจีน ยกน้ำชา และเลี้ยงฉลองเย็น ที่เลือกจัดบ่ายเพราะไม่อยากตื่นเช้า (หัวเราะ) ไม่มีฤกษ์อะไรเลยค่ะ แม้แต่วันแต่งก็เป็นวันจันทร์ ซึ่งคุณแม่เจ้าบ่าวเป็นคนเลือก งานเลยออกมาฟีลสบาย ๆ เป็นส่วนตัว และชิลมาก


เรื่องธีม เราไปดูผลงานออแกไนซ์ที่เคยจัดที่โรงแรมนี้ แล้วเลือกสีที่ชอบเลย โทนหลักจะเป็นสีชมพู ขาว ครีม ไล่เฉดไปถึงแดงนิด ๆ ให้เข้ากับพิธีจีน แต่สุดท้ายแขกส่วนใหญ่ก็ใส่สีชมพูกันมาเองค่ะ

สำหรับการตกแต่งช่วงพิธีหมั้น ภายในห้องโรงแรมจะเป็นคนดูแล โดยใช้ดอกไม้โทนสีชมพู ขาว แซมด้วยเหลืองนิดหน่อย จัดใส่แจกันหลากหลายไซส์ วางเป็นฉากหลังบริเวณทำพิธี และไฮไลต์คือจุดรับตัว ที่จัดเป็นพุ่มดอกไม้ไล่ระดับล้อมรอบเก้าอี้เลยค่ะ พอถ่ายรูปออกมาแล้วสวยถูกใจมาก ๆ



ส่วนแบ็กดรอปงานเลี้ยงฉลอง เราจัดไว้ภายในห้องเลย โดยจะวางดอกไม้ในแนวโค้ง สลับกับการโยงผ้าเพื่อให้ดูละมุนพอดี ๆ ไม่ต้องการให้ดอกไม้แน่นเกินไปจนแย่งซีนบ่าวสาวค่ะ รวมถึงมีโซนแกลเลอรี่ที่ประดับดอกไม้เล็ก ๆ และโต๊ะวางเค้กก็ตกแต่งด้วยดอกไม้ให้เข้ากันค่ะ




วันงาน เริ่มจากแต่งหน้า 10 โมงเช้า ทำให้มีเวลาถ่ายรูปค่อนข้างเยอะ ก่อนที่พิธีหมั้นจะเริ่มประมาณบ่าย 3 เรียงลำดับตั้งแต่การสวมแหวน ทานขนมอี๊ และยกน้ำชา เราไม่มีขันหมากค่ะ เพราะอยากให้งานเรียบง่ายที่สุด มีแค่จุดรับตัวเป็นกิมมิกถ่ายรูปเฉย ๆ ส่วนอาหารจัดเลี้ยงช่วงบ่ายมีทั้งติ่มซำ ข้าวเหนียว-หมูปิ้ง และครัวซองส์ ขอบอกว่าหมูปิ้งของโรงแรมอร่อยมากค่ะ




สำหรับงานช่วงเย็นแทบไม่มีพิธีอะไรเลย หลังจากเราเปลี่ยนชุดแล้วลงมา แขกก็ทานบุฟเฟ่ต์กันอยู่แล้ว เราแค่ยืนหน้าแบ็กดรอป เพื่อกล่าวขอบคุณนิดหน่อย ต่อด้วยตัดเค้กแต่งงานเล็ก ๆ พอเป็นพิธี แล้วก็เดินคุย ถ่ายรูปกับแขกในงาน แถมบ่าวสาวเองก็มีโต๊ะของตัวเอง ทำให้ได้ทานอาหารพร้อมกับแขกด้วย บรรยากาศเหมือนงานทานข้าวที่ทุกคนแต่งตัวสวยขึ้นเท่านั้นเองค่ะ




ถึงอย่างนั้นก็ยังมีกิจกรรมที่เราเสริมขึ้นมานะคะ ทั้งโฟโต้บูธ และ Audio Guestbook ให้แขกฝากเสียงอวยพรแทนสมุดเซ็น ซึ่งทุกคนชอบมาก


"หลังจากจบงาน ทุกคนชมเป็นเสียงเดียวกันว่าสถานที่สวย อาหารอร่อย เมนูเด็ดคือหมูกรอบ ที่อยากจะแนะนำต่อเลยค่ะ งานนี้เราต้องขอขอบคุณทีมงานโรงแรมที่ดูแลดีมาก ช่างแต่งหน้ายังชมว่าพนักงานช่วยยกของถึงห้องโดยไม่ต้องขอ คุณแป้งก็ตอบไว แนะนำดี ทั้งเรื่องอาหารและการจัดพื้นที่ ทำให้งานออกมาลงตัวมากค่ะ"





Photographer : Love Photo
